เส้นทางสู่ นัดชิง ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีค 2021 แมนฯซิตี้ พบ เชลซี

เส้นทางสู่ นัดชิง ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีค 2021 แมนฯซิตี้ พบ เชลซี
นัดชิงชนะเลิศรายการที่เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในโลกฟุตบอลอีกรายการนึง "ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีค" ประจำปี 2021 กำลังจะเริ่มขึ้นในคืนวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2564 ที่สนาม เอสดาดิโอ โด ดราเกา ของปอร์โต้ ที่ประเทศโปรตุเกส โดยเป็นเกมส์ระหว่างทีมสโมรสรจากประเทศอังกฤษระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี โดยวันนี้เราจะมาสรุปเส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศของทั้ง 2 ทีม หรือ Road to final 2021 ไปพร้อมกัน

รอบแบ่งกลุ่ม

เชลซี:
เริ่มต้นกันที่เชลซี ซึ่งช่วงต้นฤดูกาลคุมทัพโดยตำนานอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด โดยในรอบแบ่งกลุ่มทางทีมสิงโตน้ำเงินอยู่ที่กลุ่ม E ประกอบไปด้วย เชลซี, เซบีย่า, คราสโนดาร์ และ แรนส์ ซึ่งทาง เชลซี สามารถเข้ารอบได้อย่างง่ายดาย โดยที่การแข่ง 6 นัด สามารถชนะได้ 4 นัด เสมอ 2 นัด และ ไม่แพ้ใครเลย เข้ารอบไปด้วยคะแนน 14 แต้ม เป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้:
ส่วนทางแมนฯซิตี้นำทัพโดยยอดกุนซืออย่าง เปป กวาร์ดิโอล่า จัดอยู่ในกลุ่ม C ประกอบไปด้วย แมนฯซิตี้, ปอร์โต, โอลิมเปียกอส และ มาร์กเซย หนทางของแมนฯซิตี้ก็ช่างสดใส เพราะดูจากชื่อชั้นของทีมแล้ว ก็เป็นไปตามคาด โดยสามารถเก็บชัยไปได้ถึง 5 นัด และเสมออีก 1 นัด เก็บแต้มสบายได้ถึง 16 แต้ม นำจ่าฝูงเข้ารอบแบบชิวๆ

รอบ 16 ทีมสุดท้าย

เชลซี:
หลังจากผ่านรอบแบ่งกลุ่มช่วงปลายเดือน มกราคม ทาง เชลซี ก็ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงเมื่อทาง แลมพาร์ด โดนปลดออก แต่เชลซีก็ได้กุนซือคนใหม่อย่าง โธมัส ทูเคิล ได้ทันควัน ซึ่งถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก เพราะผู้เล่นหน้าใหม่หลายๆคนน่าจะคุ้นเคยกับทาง ทูเคิล อยู่แล้วโดยเฉพาะ ติอาโก ซิลวา
เข้าเดือนที่ 2 ของปี รอบ 16 ทีมสุดท้าย เชลซี ต้องพบกับ แอตเลติโก มาดริด จากสเปน โดยนัดแรก เชลซี เป็นฝ่ายไปเยือนและแพ้กลับมาที่ 0-1 แต่เป็นทางเชลซีที่กลับมาเอาคืนในบ้านได้ด้วยสกอร์ 2-0 ช่วงท้ายเกมส์ในนาทีที่ 90+4 จาก เอแมร์ซอน พัลมิเอรี่ ส่งให้ทีมเชลซีเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นผลสำเร็จ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้:
รอบนี้แมนฯซิตี้ ยังคงเจองานง่ายเมื่อจับคู่พบกับ กลัดบัค ทีมจากบุนเดสลีกา เพราะจาก 2 นัดที่พบกันทั้ง เย้า และ เยือน ลูกทีมของ เปป กวาร์ดิโอล่า สามารถเก็บชัยไปแบบสบายๆ ด้วยสกอร์ 2-0 ทั้ง 2 เกมส์ ลอยเข้ารอบไปแบบนิ่มๆด้วยสกอร์รวม 4-0

รอบ 8 ทีมสุดท้าย

เชลซี:
รอบ 8 ทีมสุดท้าย หรือ ก่อนรองชนะเลิศ เชลซีจับฉลากพบกับ เอฟซี ปอร์โต โดยในนัดแรกทาง เชลซี ไปฝ่ายบุกไปเอาชนะได้ถึงถิ่นด้วย สกอร์ 0-2 จาก เมสัน เมานท์ และ เบน ชิลเวลล์ แต่กลับมาพ่ายในบ้าน 0-1 รวม 2 นัด สกอร์รวมชนะ 2-1 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้:
มาที่รอบก่อนรองชนะเลิศ เรือใบสีฟ้า จบคู่พบกับทีมจากบุนเดสลีก้าอีกครั้งอย่าง เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุน และเป็นทางแมนฯซิตี้ ที่ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องมาในทุกๆรอบทั้งเกมส์เย้าและเยือน โดยเอาชนะในบ้านไปก่อน 2-1 และบุกไปเอาชนะถึงถิ่น เวสท์ฟาเลินซตาดิโยน ที่สกอร์ 1-2 รวม 2 นัด รวมชนะไป 4-2 เข้ารอบรองตามคาด

รอบรองชนะเลิศ

เชลซี:
มาถึงในรอบรองชนะเลิศ ต้องพบกับโคตรทีมจากสเปนอย่าง ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด โดยการออกไปเยือนก่อนเช่นเคย แต่เกมส์กลับกับสูสีจนจบไปด้วยสกอร์ 1-1 โดยเชลซีออกประตูนำไปก่อนจาก คริสเตียน พูลิซิส ในนาทีที่ 14 และทางราชันชุดขาวกลับมาตีเสมอได้ในนาทีที่ 29 จาก คาริม เบนเซมา จบนัดแรกถือว่าเชลซีกุมความได้เปรียบก่อนจากลูก Away goal จนมาถึงนัดที่ 2 จากความได้เปรียบทั้งในเรื่องของ Away goal และการเล่นในบ้าน โธมัส ทูเคิล สามารถจัดการทีมดังจากสเปนและเล่นได้เหนือกว่าตั้งแต่ต้นจนจบ และได้ประตูจาก ติโม แวร์เนอร์ นาทีที่ 28 และ เมสัน เมาท์ นาทีที่ 85  จนในที่สุด "สิงโตน้ำเงินคราม" ได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้:
รอบนี้แมนฯซิตี้ จับฉลากพบกับยักษ์ใหญ่แห่งฝรั่งเศส ปารีส แซง-แชร์กแมง โดยในเกมแรกเป็นฝ่ายทีมจากแดนหอมไปก่อนในนาทีที่ 15 จาก มาร์ควินญอส แต่สุดท้ายแล้วในครึ่งหลัง แมนฯซิตี้ รัวสกอร์ไป 2 เม็ด จาก เควิน เดอ บรอยน์ ในนาที่ที่ 64 และ ริยาด มาห์เรช ในนาที่ที่ 71 ทำให้เรือใบสีฟ้าบุกไปเอาชนะได้ก่อน 1-2 ก่อนที่จะกลับมาเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี่ยม ด้วยความเขี้ยวของซิตี้ บวกกับ ริยาด มาห์เรช ปล่อยของกดไป 2 ลูก ในนาทีที่ 11 และ 63 จึงเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

สรุป

จากการวิเคราะหจากเส้นทางการเข้ารอบของทั้ง 2 ทีม น่าจะมองเห็นว่าทีมจากเรือใบสีฟ้า อาจจะดูเป็นต่อ และยังไม่เคยผ่ายในการแข่งขันรายการนี้ แต่อย่างไรก็ตามเกมส์นัดเดียว ไม่สามารถนำสถิติที่กล่าวมาตัดสินได้หมด เพราะลูกฟุตบอลกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ และทางเชลซีเอง คงไม่อยากปล่อยโอกาสหลุดมือ
สำหรับแฟนบอลทั้ง 2 ทีมยังไงก็คงต้องเอาใจช่วย เพราะแมนฯซิตี้ ก็ต้องการต่อยอดความยิ่งใหญ่และคว้าถ้วยยุโรปใบแรกให้สำเร็จ ส่วนเชลซีก็ต้องการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่เช่นกัน