ทำความรู้จักกับ เบน ไวท์ ว่าที่นักเตะค่าตัว 50 ล้านปอนด์ !!

ทำความรู้จักกับ เบน ไวท์ ว่าที่นักเตะค่าตัว 50 ล้านปอนด์ !!

สำหรับเพื่อนๆ ที่ขี้เกียจอ่าน โด่ง ข้าม คานเรามีคลิปสรุปประวัติเบน ไวท์ พร้อมเทียบสถิติกับกองหลังคนอื่นๆ ของทีม ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ

Embed from Getty Images

เบน ไวท์ ?

เบนจามิน วิลเลียม ไวท์ เกิดในวันที่ 8 ตุลาคม 1997 ที่เมืองดอร์เซทหรือดอร์เซทไชร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ

ความเป็นไปที่ผ่านมา

ไวท์เริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งด้วยการเป็นนักเตะเยาวชนในทีมเซาแธมป์ตัน ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวไปให้ไบรท์ตันแบบไร้ค่าตัวในปี 2014 ด้วยวัยเพียง 16 ปี

ซึ่งต่อมาเจ้าตัวนั้นก็ได้วนเวียนอยู่ในอคาเดมี่ของทัพนกนางนวนจนได้มีโอกาสติดทัพผู้เล่นชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในที่สุดกับเกมส์ที่เจอกับ เดอร์บี้ เคาทน์ตี้ในวันที่ 6 สิงหาคม 2016 ถึงแม้เจ้าตัวจะทำได้แค่นั่งอยู่บนม้านั่งสำรองก็ตามที โดยที่กว่าเจ้าตัวจะได้ลงสนามให้แฟนๆ ได้ยลฝีเท้าในฐานะตัวจริงของทีมนั้นก็ใช้เวลาเพียงแค่ 3 วันต่อจากนั้นเท่านั้นเอง โดยเป็นเกมส์ที่ไวท์นั้นนำทัพนกนางนวลลงสนามเจอกับโคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก EFL รอบแรก ซึ่งนอกจากเจ้าตัวจะพาทีมเก็บคลีนชีทได้อย่างสวยงาม ไวท์ยังพาทีมอัดผู้มาเยือนไปได้ถึง 4 ประตูต่อ 0 ด้วยกัน

เป็นที่เข้าใจได้ว่าดาวรุ่ง วัยกระเตาะอย่างไวท์ หากจะได้รับโอกาสในการลงสนาม ก็คงจะเป็นเกมส์การแข่งขันในบอลถ้วยเสียเป็นส่วนใหญ่หรือไม่ก็การถูกปล่อนตัวเพื่อไปเก็บประสบการ์ณกับทีมที่เล็กกว่า ซึ่งมันก็เป็นไปตามอย่างนั้นจริงๆ

Embed from Getty Images

ไวท์ถูกปล่อยให้สโมสรจากลีคทู ณ ขณะนั้นอย่าง นิวพอร์ท เคาน์ตี้ ยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาล 2017/2018  ซึ่งกุนซือของนิวพอร์ทในตอนนั้นอย่างไมเคิล ฟลินน์ถึงกับออกปากชม ดาวเตะดาวรุ่ง สัญชาติอังกฤษคนนี้ว่า ไวท์นั้นเปรียบได้ดั่งกับรถโรลส์ รอย เค้าเป็นนักเตะที่กำลังรอการเจียระไน และเป็นนักเตะที่ดีที่สุดที่ทีมเคยมีมาอย่างไม่ต้องสงสัย ผลงานที่สำคัญในช่วงระหว่างที่โดนยืมตัวไปเล่นให้กับนิวพอร์ทนั้นคงจะเป็นเกมส์ เอฟเอคัพ รอบ 4 ที่ทีมโคจรมาเจอกันกับทอตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมดังจากกรุงลอนดอนเหนือ ซึ่งนิวพอร์ทเปิดบ้านยันเสมอสเปอร์ไปได้ที่สกอร์ 1 ประตูต่อ 1 โดยที่ไวท์นั้นได้รับคำชมอย่างล้นหลาม เกี่ยวกับการที่เค้านั้นจัดการแฮรี่ เคน เพชรฆาตร เบอร์ 1 ของทีมชาติอังกฤษได้อย่างอยู่หมัด

ซึ่งในเวลาต่อมาหลังจากที่หมดสัญญายืมตัว ไวท์ก็ได้กลับมาสู่อ้อมอกของทัพนกนางนวลอีกครั้ง โดยวนเวียนอยู่ในทีมชุดใหญ่และชุด U-23 และในเวลาต่อมาไวท์ได้จรดปากกาเซ็นต์สัญญารายะยาวกับทีมต่อเนื่องออกไปอีกถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้ลงสนามในฐานะตัวจริงจนถูกปล่อยยืมตัวให้ปีเตอร์โบโรห์ ยูไนเต็ด ในเดือนมกราคมปี 2019 อีกรอบก็ตาม

จุดสำคัญในอาชีพค้าแข้ง

Embed from Getty Images

จุดสำคัญที่ทำให้ไวท์เริ่มเป็นที่จับตามองนั้นอยู่ในช่วงเดือนกรกฏาคม ปี 2019 ที่เจ้าตัวถูกปล่อยยืมตัวให้ลีดส์ ยูไนเต็ดใช้งานในลีคแชมป์เปี้ยนชิพ

ด้วยพัฒนาการที่ไม่หยุดยั้งบวกกับฟอร์มที่ดีวันดีคืน ไวท์สามารถยกระดับแผงหลังของทีมและพาลีดส์ขึ้นไปเถลิงบัลลังค์แชมป์ แชมเปี้ยนชิพได้อย่างยิ่งใหญ่ พาทีมเลื่อนชั้นกลับมาสู่พรีเมียร์ลีคได้สำเร็จ ซึ่งตัวไวท์เองยังได้รับรางวัลส่วนตัวในฤดูกาลนี้ด้วยนั่นก็คือ รางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปีของลีดส์ และ มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของแชมเปี้ยนชิพในปีนั้นอีกต่างหาก

Embed from Getty Images

ส่งผลให้ในฤดูกาลถัดมา ปี 2020-2021 ที่ไวท์นั้นได้เป็นกำลังหลักให้กับทัพนกนางนวล ห้ำหั่นในศึกพรีเมียร์ลีคอย่างจริงจัง โดยที่เจ้าตัวลงสนามให้กับทีมทั้งสิ้น 36 นัดจาก 38 นัดในลีค ซึ่งในฤดูกาลนี้นั้นก็มีเกมส์สำคัญๆ ที่ตัวไวท์นั้นได้ฝากชื่อของเค้าทิ้งไว้ให้ทีมคู่แข่งได้จดจำเลยนั่นก็คือเกมส์ที่ไปเยือนลิเวอร์พูลและเอาชนะได้ 1 ประตูต่อ 0 , เกมส์ที่ยันเสมอเชลซี 0-0 ในสแตมฟอร์ด บรดิจ์ และเกมส์ที่พลิกนรกกลับมาเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้แชมป์ปีนี้ ในรังของพวกเค้าเอง 3 ประตูต่อ 2 และด้วยฟอร์มที่น่าจับตามองแบบนี้ทำให้เจ้าตัวมีชื่อเป็น 1 ใน 26 ขุนพลของทีมชาติอังกฤษ ชุดลุยศึกยูโรปี 2021 อีกด้วย

เบน ไวท์ สำคัญอย่างไรกับแผงหลังไอ้ปืนใหญ่

Embed from Getty Images

อย่างที่ทราบกันดีว่า ดาวิด ลุยซ์ปราการหลังตัวเก๋าของทีมจะโบกมืออำลาภายหลังจากจบสิ้นฤดูกาลนี้ สอดคล้องกับแผนงานที่ทาง The Athletic เคยรายงานไว้ว่าทีมไอ้ปืนใหญ่ต้องการจะเสริมแกร่งในตำแหน่งนี้กับทีมในซัมเมอร์นี้ ซึ่งเบน ไวท์นั้นถือว่าตอบโจทย์กับแผนงานและแท็คติคของมิเกล อาร์เตต้าเป็นอย่างมาก โดยที่นอกจากตำแหน่งที่เจ้าตัวถนัดแล้วนั่นก็คือเซนเตอร์แบ็ค เจ้าตัวยังสามารถเล่นในตำแหน่งแบ็คขวาและกองกลางตัวรับได้อีกด้วย และด้วยการที่เจ้าตัวนั้นมีจุดเด่นในเรื่องของการเล่นบอลกับพื้น การเก็บลูกกลางอากาศที่แนบเนียน และการเข้าสกัดที่แม่นยำทำให้เจ้าตัวนั้นตอบโจทย์ต่อแผงหลังของไอ้ปืนใหญ่ ณ ขณะนี้เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ดี เรามาตามให้กำลังใจปราการหลังคนใหม่ของทีม ที่เข้ามาสานต่อตำนานหมายเลขล 4 ต่อจาก วิเอร่า , เชส ฟาเบรกัส ให้มีช่วงเวลาที่ดีสำหรับการค้าแข้งในถิ่นเอมิเรตส์ เสตเดี้ยมกันครับ

COYG ครับ พี่น้องแฟนไอ้ปืนใหญ่ทั้งหลาย

[X] Close